วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สรุปการใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ ด้วย Photoshop CS5

1.การสร้างจุดเด่นรูปภาพ
1. เลือกรูปภาพที่ต้องการ
2. กด Ctrl + J เพื่อ Copy Layer แล้วรูปภาพก็จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 2 Layer
3. ปลดล็อคที่ Background
4. ไปที่แถบเมนู Image >> Adjutments >> Desaturate
5. แล้วก็ไปที่เครื่องมือ Magnetic Lasso Tool เลือกตัดส่วนที่จะให้ภาพเป็นจุดเด่น
6. จากนั้นก็ไปที่ Layer Copy แล้วคลิก Delete แล้วเราก็จะได้ภาพที่เป็นจุดเด่น

2. Content-Aware
1.เลือกรูปภาพที่ต้องการ
2.ไปที่แถบเครื่องมือ Polygonal Lasso Tool แล้วคลิกรอบส่วนที่ไม่ต้องการออก
3.ไปที่แถบเมนู Edit >> Fill >> Content-Aware เลือก Opacity ตามที่ต้องการ แล้วเราก็จะได้ภาพที่เราต้องการ

3. การตัดส่วนเกินของรูป
1.เลือกรูปภาพที่ต้องการ
2.แล้วไปที่แถบเมนู Filter >> Liquify คลิกที่ Show Mesh
3.จากนั้นเลือกที่เครื่องมือ Forward Warp ดึงให้ส่วนที่ต้องการยุบเข้าไป เสร็จแล้วคลิก แล้วเราก็จะได้ภาพตามต้องการ

4.การทำภาพลายเส้น
1.เลือกรูปภาพที่ต้องการ
2.จากนั้นกด Ctrl + J เพื่อ Copy Layer แล้วก็จะได้เป็น 2 Layer
3.แล้วไปที่แถบเมนู Image >> Adjutments >> Invert
4.ไปที่เครื่องมือด้านขวา ตรงคำว่า Normal แล้วเปลี่ยนเป็น Color Dodge
5.แล้วไปที่แถบเมนู Filter >> Blur >> Gaussian Blur ให้ปรับข้างล่างเป็น 2 แล้ว กดOK
6.แล้วกด Ctrl + Shift + Alt + E (รวมเลเยอร์ หรือกด Ctrl E)
7.จากนั้นไปที่แถบเครื่องมือ Image >> Adjutments >> Theshold แล้วปรับเป็น 240
ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

5.การทำ HDR Toning
1.เลือกรูปภาพที่ต้องการ
2.ไปที่แถบเครื่องมือ Image >> Adjutments >> HDR Toning แล้วปรับตั้งค่าตามที่เราต้องการ
จากนั้นก็กด OK แล้วก็เป็นอันเสร็จ

6.การทำภาพให้เป็นภาพหลอก
1.เลือกรูปภาพที่ต้องการ
2.จากนั้น กด Ctrl + J เพื่อ Copy Layer ก็จะได้ Layer เพิ่มขึ้นมาอีกเป็น 2 Layer
3.แล้วไปที่แถบเครื่องมือ Image >> Mode >> Lab Color จากนั้นให้เลือก Don’t Flatten
4.แล้วไปที่แถบเครื่องมือทางด้านขวา คลิกคำว่า CHANNELS
5.แล้วไปที่แถบเมนู Image >> Adjutments >> Curves แล้วปรับแสงตามที่เราต้องการแล้วก็
กด OK ก็เป็นอันเสร็จ

7.การทำบาโค๊ด
1.ไปที่ File >> New กำหนดความกว้างเป็น 150 แล้วกำหนดความสูงเป็น 60 แล้วเลือก
เป็น Transparent
2.แล้วให้เทสีขาวบน Layer
3.จากนั้นไปที่แถบเมนู Filter >> Noise >> Add Noise แล้วเปลี่ยนเป็น 400 แล้วคลิกที่ Monochromatic แล้วกด OK
4.แล้วไปที่แถบเมนู Filter >> Blur >> Motion Blur กำหนดด้านบนเป็น 90
และกำหนดด้านล่างเป็น 999
5.จากนั้นไปที่แถบเมนู Filter >> Sharpen >> Sharpen Edges
6.แล้วเพิ่ม Layer ด้านล่าง
7.แล้วไปที่แถบเครื่องมือ Rectangular Marquee Tool นำเครื่องมือมาคลอบให้เป็นสี่เหลี่ยมข้างล่างทำคล้ายกับบาโค๊ด แล้วก็เทสีขาวลงไป
8.จากนั้นไปเลือกที่แถบเครื่องมือ Horizontal Type Tool แล้วพิมพ์ตัวเลขใส่ตรงช่องสีขาวก็เป็นอันเสร็จ

8.การทำตาให้โตและใส่ขนตา
1.เลือกรูปภาพที่ต้องการ
2.แล้วไปที่แถบเครื่องมือ Brush >> Load Brush เพื่อทำการโหลด Brush ขนตา
3.จากนั้นไปที่แถบเมนู Filter >> Liquify
4.แล้วไปที่แถบเครื่องมือด้านขวา คลิกเครื่องมือ Bloat Tool แล้วนำไปวางที่ลูกตา มันจะทำให้ตาดูโตขึ้นมากกว่าเดิม แล้วก็ กด OK
5.แล้วไปที่แถบเครื่องมือ Brush เลือกขนตาที่ต้องการใช้ แล้ะก่อนที่จะใส่ขนตาต้องเพิ่ม Layer ก่อนทุกครั้ง ถ้าจะทำอีกข้าง ก็เพิ่ม Layer ขึ้นมาอีก แล้วจึงใส่ขนตา
6.ส่วนการทำตาให้ดำ ให้ไปที่แถบเครื่องมือ Brush Tool แล้วเลือกแบบวงกลมสีดำแล้ววางที่ลูกตา ก็จะทำให้ลูกตาเป็นสีดำและโต แล้วเราก็จะได้หน้าตาที่ดูดีขึ้นกว่าเดิม

วันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ดอกหญ้าข้างถนน

แม้ว่าอุปสรรคจะมากมายเพียงไร
แต่ถ้ามีใครสักคน
รอคอยเราอยู่ข้างหน้าคอยเอื้อมมือ
มาฉุดดึงให้เราก้าวข้ามมันไป
ต่อให้ขอนนั้นใหญ่สักแค่ไหน
เชื่อเถอะว่าคุณต้องมีแรงฝ่าฟัน
มันไปได้อย่างแน่นอน

วันอังคารที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2553

กำลังใจคือ...... สิ่งที่คนเราขาดไม่ได้

การพิสูจน์ตนเองที่ดี อาศัยเวลาและการกระทำ มิใช่อธิบายและเหตุผล
ร่าเริงเป็นยาบำรุง ความหวังเป็นยาบำรุง เมตตาเป็นยาบรรเทา
ด้วยรักที่จะเรียนรู้ ล้มเหลวไม่ใช่เรื่องเลวร้าย มันให้บทเรียนและพิสูจน์ศรัทธา
เราทำงาน อย่าให้งานทำเรา ให้งานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ให้ชีวิตเพียงรู้จักรักการงาน
ชีวิตที่สดชื่นแจ่มใส ก้าวเดินไปด้วยการเรียนรู้ สันโดษอยู่ด้วยการแสวงหา
ผิดพลาดย่อมผิดหวัง คนเราผิดหวังได้เสมอ แต่อย่ายอมอยู่อย่างสิ้นหวัง
ในความว้าเหว่เงียบเหงา เพียงเรารู้จักสงบ เราจะพบตัวเราเอง
รอยร้าวในใจของนักสู้ ไม่ใช่อยู่ที่เคยล้มเหลว แต่อยู่ที่ไม่ยอมเริ่มต้นใหม่
ถ้าใจจะต้องปวดร้าว อย่างไรก็ปวดร้าว เร็วไปวันสองวันจะเป็นไรไป....
แพ้เป็นบันได ชนะเป็นสะพาน ประสบการณ์เป็นบทเรียน

การใช้ฟังก์ชั่น Content Aware ด้วย Photoshop Cs5

1.Downlond Program Photoshop CS5
2.ทำการติดตั้งโปรแกรม
3.เมื่อติดตั้งโปรแกรม Photoshop CS5 แล้ว ก็เข้าไปที่โปรแกรม Photoshop CS5
4.แล้วไปคลิกที่ File > Open แล้วเลือกรูปภาพที่เราต้องการจะตกแต่ง หรือตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก ขึ้นมา
5.เมื่อได้รูปภาพที่เราต้องการแล้วก็ไปคลิกที่เครื่องมือ Polygonal Lasso Tool
6.คลิกลากเครื่องมือล้อมรอบส่วนที่เราไม่ต้องการออก
7.เมื่อคลิกลากเสร็จแล้วก็จะเป็นเส้นประ
8.จากนั้นไปทีเมนู Edit > Fill > เลือกการฟิลล์แบบ Content Aware



แล้วผลลัพธ์ก็จะออกมาแบบนี้จ๊ะ
Before



After

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

ผลลัพธ์โค้ด

โค้ดสูตรคูณ

แม่สูตรคูณ




echo'';
$t=2;
for($a=1;$a<=2;$a++){
echo'';
for($b=2;$b<=13;$b++){
echo'';}
echo'';}
echo'
';
for ($i=1;$i<=12;$i++){ echo''.$i.' X '.$t.' ='.$i*$t.'
';}
$t++;
echo'
';
?>

}

un-no Free Script



class="intro">
id="i6" class="intro">




}







วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

1. VARCHAR (ย่อมาจาก Variable Character Field อ่านว่า วาร์คาร์ หรือ วาร์ชาร์) หมายถึงกลุ่มข้อมูลตัวอักขระที่ไม่สามารถระบุความยาวได้ คำนี้มักใช้เป็นชนิดข้อมูลในระบบจัดการฐานข้อมูล ชนิดข้อมูลประเภท varchar สามารถเก็บข้อมูลตัวอักขระขนาดเท่าใดก็ได้ที่ไม่เกินความยาวที่จำกัดไว้ การจำกัดความยาวก็แตกต่างกันออกไปในแต่ละฐานข้อมูล

2. TINYINT : สำหรับเก็บข้อมูลชนิดตัวเลขที่มีขนาด 8 บิต ข้อมูลประเภทนี้เราสามารถกำหนดเพิ่มเติมในส่วนของ "แอตทริบิวต์" ได้ว่าจะเลือกเป็น

3. TEXT : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวอักษร เช่นเดียวกับ TINYTEXT แต่สามารถเก็บได้มากขึ้น โดยสูงสุดคือ 65,535 ตัวอักษร หรือ 64KB เหมาะสำหรับเก็บข้อมูลพวกเนื้อหาต่างๆ ที่ยาวๆ

4. DATE : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทวันที่ โดยเก็บได้จาก 1 มกราคม ค.ศ. 1000 ถึง 31 ธันวาคม ค.ศ. 9999 โดยจะแสดงผลในรูปแบบ YYYY-MM-DD

5. SMALLINT : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 16 บิต จึงสามารถเก็บค่าได้ตั้งแต่ -32768 ถึง 32767 (ในกรณีแบบคิดเครื่องหมาย) หรือ 0 ถึง 65535 (ในกรณี UNSIGNED หรือไม่คิดเครื่องหมาย) ซึ่งสามารถเลือก Attribute เป็น UNSIGNED และ UNSIGNED ZEROFILL ได้เช่นเดียวกับ TINYINT

6. MEDIUMINT : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 24 บิต นั่นก็หมายความว่าสามารถเก็บข้อมูลตัวเลขได้ตั้งแต่ -8388608 ไปจนถึง 8388607 (ในกรณีแบบคิดเครื่องหมาย) หรือ 0 ถึง 16777215 (ในกรณีที่เป็น UNSIGNED หรือไม่คิดเครื่องหมาย) ซึ่งสามารถเลือก Attribute เป็น UNSIGNED และ UNSIGNED ZEROFILL ได้เช่นเดียวกับ TINYINT

7. INT : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 32 บิต หรือสามารถเก็บข้อมูลได้ตั้งแต่ -2147483648 ไปจนถึง 2147483647 ครับ (ในกรณีแบบคิดเครื่องหมาย) หรือ 0 ถึง 4294967295 (ในกรณีที่เป็น
UNSIGNED หรือไม่คิดเครื่องหมาย) ซึ่งสามารถเลือก Attribute เป็น UNSIGNED และ UNSIGNED ZEROFILL ได้เช่นเดียวกับ TINYINT

8. BIGINT : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 64 บิต สามารถเก็บข้อมูลได้ตั้งแต่ -9223372036854775808 ไปจนถึง 9223372036854775807 เลยทีเดียว (แบบคิดเครื่องหมาย)

9. FLOAT : ที่กล่าวถึงไปทั้งหมด ในตระกูล INT นั้นจะเป็นเลขจำนวนเต็ม หากเราบันทึกข้อมูลที่มีเศษทศนิยม มันจะถูกปัดทันที ดังนั้นหากต้องการจะเก็บค่าที่เป็นเลขทศนิยม ต้องเลือกชนิดขอฟิลด์เป็น FLOAT โดยจะเก็บข้อมูลแบบ 32 บิต

10. DOUBLE : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขทศนิยม เช่นเดียวกับ FLOAT แต่มีขนาดเป็น 64 บิต สามารถเก็บได้ตั้งแต่ -1.7976931348623157E+308 ถึง -2.2250738585072014E-308, 0 และ 2.2250738585072014E-308 ถึง 1.7976931348623157E+308

11. DECIMAL : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขทศนิยม เช่นเดียวกับ FLOAT แต่ใช้กับข้อมูลที่ต้องการความละเอียดและถูกต้องของข้อมูลสูง

12. DATETIME : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทวันที่ และเวลา โดยจะเก็บได้ตั้งแต่ 1 มกราคม ค.ศ. 1000 เวลา 00:00:00 ไปจนถึง 31 ธันวาคม ค.ศ. 9999 เวลา 23:59:59 โดยรูปแบบการแสดงผล เวลาที่ทำการสืบค้น (query) ออกมา จะเป็น YYYY-MM-DD HH:MM:SS

13. TIMESTAMP : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทวันที่ และเวลาเช่นกัน แต่จะเก็บในรูปแบบของ YYYYMMDDHHMMSS หรือ YYMMDDHHMMSS หรือ YYYYMMDD หรือ YYMMDD แล้วแต่ว่าจะระบุค่า M เป็น 14, 12, 8

14. TIME : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทเวลา มีค่าได้ตั้งแต่ -838:59:59 ไปจนถึง 838:59:59 โดยจะแสดงผลออกมาในรูปแบบ HH:MM:SS

15. YEAR : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทปี ในรูปแบบ YYYY หรือ YY แล้วแต่ว่าจะเลือก 2 หรือ 4 (หากไม่ระบุ จะถือว่าเป็น 4 หลัก) โดยหากเลือกเป็น 4 หลัก จะเก็บค่าได้ตั้งแต่ ค.ศ. 1901 ถึง 2155 แต่หากเป็น 2 หลัก จะเก็บตั้งแต่ ค.ศ. 1970 ถึง 2069

16. CHAR : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวอักษร แบบที่ถูกจำกัดความกว้างเอาไว้คือ 255 ตัวอักษร ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้เหมือนกับ VARCHAR หากทำการสืบค้นโดยเรียงตามลำดับ

17. TINYBLOB : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทไบนารี ได้แก่ ไฟล์ข้อมูลต่างๆ, ไฟล์รูปภาพ, ไฟล์มัลติมีเดีย เป็นต้น คือไฟล์อะไรก็ตามที่อัพโหลดผ่านฟอร์มอัพโหลดไฟล์ในภาษา HTML โดย TINYBLOB นั้นจะมีเนื้อที่ให้เก็บข้อมูลได้ 256 ไบต์

18. TINYTEXT : ในกรณีที่ข้อความยาวๆ หรือต้องการที่จะค้นหาข้อความ โดยอาศัยฟีเจอร์ FULL TEXT SEARCH ของ MySQL เราอาจจะเลือกที่จะไม่เก็บข้อมูลลงในฟิลด์ประเภท VARCHAR ที่มีข้อจำกัดแค่ 256 ตัวอักษร แต่เราจะเก็บลงฟิลด์ประเภท TEXT แทน โดย TINYTEXT นี้ จะสามารถเก็บข้อมูลได้ 256 ตัวอักษร

19. BLOB : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทไบนารี เช่นเดียวกับ TINYBLOB แต่สามารถเก็บข้อมูลได้ 64KB

20. MEDIUMBLOB : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทไบนารี เช่นเดียวกับ TINYBLOB แต่เก็บข้อมูลได้ 16MB

21. MEDIUMTEXT : เก็บข้อมูลประเภทตัวอักษร เช่นเดียวกับ TINYTEXT แต่เก็บข้อมูลได้ 16,777,215 ตัวอักษร

22. LONGBLOB : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทไบนารี เช่นเดียวกับ TINYBLOB แต่เก็บข้อมูลได้ 4GB

23. LONGTEXT : เก็บข้อมูลประเภทตัวอักษร เช่นเดียวกับ TINYTEXT แต่เก็บข้อมูลได้ 4,294,967,295 ตัวอักษร

24. SET : สำหรับเก็บข้อมูลที่เป็นกลุ่มของข้อมูลที่ยอมให้เลือกได้ 1 ค่าหรือหลายๆ ค่า ซึ่งสามารถกำหนดได้ถึง 64 ค่า

25. ENUM(Enumeration) >> หมายถึงเซตของข้อมูลชุดหนึ่งที่มีจำนวนสมาชิกที่กำหนดไว้แน่นอนและทราบค่าทุกตัว ซึ่งมักจะเป็นข้อมูลที่มีลักษณะคงที่

26. BINARY ระบบเลขที่มีสัญลักษณ์เพียงสองตัวคือ 0 (ศูนย์) กับ 1 (หนึ่ง) บางครั้งอาจหมายถึงการที่มีโอกาสเลือกได้เพียง 2 ทาง เช่น ปิดกับเปิด, ไม่ใช่กับใช่, เท็จกับจริง, ซ้ายกับขวา เป็นต้น

27. BOOL คือข้อมูลที่มีค่าเป็นจริง (True) หรือเท็จ (False)

28. VARBINARY คือ มีลักษณะการเก็บคล้าย Varcha คือการเก็บข้อมูลตามที่รับมาจริงเท่านั้น มีขนาดสูงสุดมากถึง 8000 ไบต์